Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

กล้องโทรทรรน์เคปเลอร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

กล้องโทรทรรน์เคปเลอร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

ราวๆกลางเดือนมิถุนายนที่เพิ่งผ่านมานี้ กลุ่มนักวิจัยขององค์การนาซาประกาศว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler space telescope) ค้นพบวัตถุที่อาจเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ 219 ดวง โดยจำนวน 10 ดวงในจำนวนนั้นเป็นวัตถุที่ขนาดใกล้เคียงกับโลกของเรา และโคจรรอบดาวฤกษ์ของมันในระยะห่างที่น้ำสามารถเป็นของเหลวบนพื้นผิวได้ด้วย (Habitable zone )

ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ในครั้งนี้มาจากการรวบรวมและประมวลผลการสำรวจท้องฟ้าในกลุ่มดาวหงส์อย่างละเอียด ผลลัพธ์ทำให้นักดาราศาสตร์ระบุประเภทและจำนวนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้ ว่ามีตั้งแต่ดาวเคราะห์หินขนาดเท่ากับโลก ไปจนถึงยักษ์ใหญ่อย่างดาวพฤหัสบดี นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังสร้างแบบจำลองการโคจรของดาวเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้จากการสำรวจทำให้การตรวจสอบยืนยันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

Mario Perez นักวิทยาศาสตร์โครงการในเคปเลอร์จากแผนกฟิสิกส์ดาราศาสตร์ขององค์การนาซากล่าวว่า “ข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์มีส่วนในการเติมเต็มความเข้าใจธรรมชาติกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราให้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบภารกิจอวกาศในอนาคตได้”

นอกจากการใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์แล้ว ทีมนักวิจัยยังใช้ข้อมูลจากหอดูดาว W. M. Keck ในฮาวาย วัดขนาดของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจำนวน 2,000 ดวงด้วยความแม่นยำสูง ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถแบ่งกลุ่มดาวเคราะห์เล็กๆออกเป็นสองกลุ่มตามขนาดได้อย่างจัดเจน นั่นคือดาวเคราะห์ที่มีขนาดพอๆกับโลกของเรา และดาวเคราะห์ที่มีขนาดพอๆกับดาวเนปจูน (มีบางส่วนที่มีขนาดอยู่ระหว่างสองกลุ่ม)

นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของดาวเคราะห์ที่เรารู้จักในกาแล็กซีทางช้างเผือกอาจไม่มีพื้นผิวที่เป็นของแข็งหรือมีพื้นผิวที่อยู่ลึกมาก รวมทั้งอาจมีชั้นบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตและมีสภาพแวดล้อมที่ไม่อาจสามารถเป็นต้นกำเนิดของชีวิตได้

“ข้อมูลที่ถูกวิเคราะห์อย่างรอบคอบนี้เป็นวัตถุดิบชั้นดีในการช่วยไขหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทางดาราศาสตร์ นั่นคือ มีดาวเคราะห์คล้ายกับโลกเราอยู่เป็นจำนวนเท่าใดในกาแล็กซีทางช้างเผือก”  Susan Thompson นักวิจัยจากสถาบัน SETI ใน Mountain View รัฐแคลิฟอร์เนียกล่าว

หลักการทำงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์คือ การตรวจจับความสว่างของดาวฤกษ์ที่ลดลงเล็กน้อยขณะที่ดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้าและบดบังแสงจากดาวฤกษ์ไป วิธีการดังกล่าวเรียกว่า การผ่านหน้า  (Transit)  ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงวันนี้กล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์ค้นพบวัตถุที่เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอย่างแน่นอนจำนวน 2,335 ดวง โดยมีจำนวน 30  ดวงที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกเรา รวมถึงโคจรอยู่ในวงโคจรที่น้ำอยู่ในสถานะของเหลวที่ผิวดาวเคราะห์ได้

“งานวิจัยนี้เป็นการจัดประเภทให้กับดาวเคราะห์ในลักษณะเดียวกันกับที่นักชีววิทยาได้ระบุชนิดของสัตว์ใหม่ๆ” Benjamin Fulton นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาวายกล่าว เขายังกล่าวเสริมมอีกว่า “การค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีขนาดแตกต่างกันก็เหมือนกับการค้นพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและจิ้งจกซึ่งมีสายวิวัฒนาการที่แตกต่างกันไปด้วย”

ปัจจุบันกล้องอวกาศเคปเลอร์ยังคงปฏิบัติภารกิจในการสำรวจตำแหน่งอื่นๆ บนท้องฟ้าเพื่อที่จะค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะและศึกษาความหลากหลายของวัตถุต่างๆทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจต่อไป

แม้ในวันนี้ นักดาราศาสตร์ยังไม่มีข้อสรุปว่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกมีอยู่จริงหรือไม่ แต่เราคงต้องรอจนกว่าเทคโนโลยีและข้อมูลของมนุษย์เรามีมากพอจะตอบคำถามนี้ได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคต

เรียบเรียงโดย  ศิวรุต พลอยแดง และ อาจวรงค์ จันทมาศ

อ้างอิง

https://www.nasa.gov/press-release/nasa-releases-kepler-survey-catalog-with-hundreds-of-new-planet-candidates

Date

ตุลาคม 23, 2017

Category

STEM NEWS