Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 1

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 1

เปิดตัวโครงการ Chevron Enjoy Science นำโดยนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐบาล การศึกษา สังคม และเอกชน หวังเพิ่มโอกาศด้านอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่เยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
พิธีเปิดโครงการ Chevron Enjoy Science จากซ้ายไปขวา นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นายแบรด มิดเดิลตัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และนายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด

พิธีเปิดโครงการ Chevron Enjoy Science จากซ้ายไปขวา นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นายแบรด มิดเดิลตัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และนายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด

  • การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

    “การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์” มีขึ้นใน 3 จังหวัด คือ สมุทรปราการ (วันที่ 28-30 เมษายน) ขอนแก่น (วันที่ 5-7 พฤษภาคม) และสงขลา (วันที่ 5-7 พฤษภาคม) เพื่ออบรมครูคณิตศาสตร์ (230 คน) และครูวิทยาศาสตร์ (251 คน ) ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากหลักการเรียนรู้แบบสืบเสาะทั้งในบทเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สมบัติของสสาร พลังงาน แรงการเคลื่อนที่สำหรับวิทยาศาสตร์ และจำนวนเต็มสำหรับคณิตศาสตร์) โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Teachers College มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา และโครงการ Chevron Enjoy Science

    ทั้งนี้ การเรียนรู้ที่เน้นการฝึกปฎิบัติและจากการแก้โจทย์จากสถานการณ์จริงสามารถช่วยพัฒนาการมีส่วนร่วมของนักเรียนในชั้นเรียน และยกระดับคุณภาพของการเรียนการสอนได้

    การประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานศึกษาด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการ


    “การประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานศึกษาด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการ” มีขึ้นในจังหวัดสมุทรปราการ ขอนแก่น และสงขลาในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาและคณาจารย์ รวม 392 คน จากโรงเรียน 189 แห่งของทุกสังกัด เข้ารับการอบรมหลักการเรียนรู้แบบสืบเสาะที่ส่งผลอย่างสูงต่อผู้เรียนและ การพัฒนาการศึกษาในโรงเรียน จากศาสตราจารย์ Tom Corcoran ผู้อำนวยการร่วมจากสถาบัน Consortium for Policy Research in Education (CPRE), Teachers College มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันคีนันแห่งเอเซีย โดย ครูณัชชา ยอดยศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสลุด จ. สมุทรปราการ หนึ่งในผู้เข้ารับการอบรม กล่าวว่าการอบรมครั้งนี้ช่วยให้เข้าใจวิธีการสนับสนุนคุณครูในการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด

    คาราวานวิทยาศาสตร์


    กิจกรรม “คาราวานวิทยาศาสตร์” มีขึ้นที่ จ. ขอนแก่น (วันที่ 8-9 และ 11-12 มิถุนายน) และที่สมุทรปราการ (วันที่ 2-3 กรกฏาคม) ภายใต้การดำเนินงานขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chevron Enjoy Science เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กนักเรียนด้วยกิจกรรมฐานการเรียนรู้ที่ใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์และการแสดงโชว์ที่อยู่บนหลักการเรียนรู้แบบสืบเสาะ โดยมีนักเรียน 2,292 คนจากโรงเรียน 109 แห่งเข้าร่วมกิจกรรมในสองจังหวัด

ข่าวสารโครงการ Chevron Enjoy Science

 

Image 2

  • เชฟรอนฯ เปิดตัวโครงการ Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต โดยดึงรัฐเอกชน ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย

    โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทัง้ จากภาครัฐ เอกชน และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นโครงการที่ จะมีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยด้วยการสร้างความร่วมมือจากหลาย ภาคส่วน โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและ นวัตกรรมของประเทศไทยด้วยการพัฒนาสะเต็มศึกษา (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) และการศึกษาและการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคนิคและอาชีพหรือ TVET (Technical Vocational Education and Training) ด้วยความร่วมมือขององค์กรพันธมิตร 9 หน่วยงาน ด้วยงบประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี

    โครงการ Chevron Enjoy Science เป็นโครงการภายใต้การสนับสนุนของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด โดยมีสถาบันคีนันแห่งเอเซียเป็นผู้ดำเนินโครงการหลักร่วมกับอีกหน่วยงานพันธมิตร 7 องค์กร ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ตัวแทนจากองค์กรพันธมิตรทั้ง 9 หน่วยงานได้ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลง” (MOU) เพื่อร่วมดำเนินโครงการ โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์ของสถาบันคีนันแห่งเอเซียร่วมเป็นสักขีพยาน

    นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า เชฟรอนตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่จะเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ สะเต็ม (STEM) อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สอดรับกับการเตรียมความพร้อมของประเทศเพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบดิจิตัลเต็มรูปแบบ และทางโครงการมีความตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพครู นักเรียนและผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษา ดังนั้น เชฟรอนฯ จึงให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการ Chevron Enjoy Science เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

    ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า วัตถุประสงค์ของโครงการ Chevron Enjoy Science นั้นสอดรับกับแผนของรัฐบาลในการขับเคลื่อนความร่วมมือรัฐ-เอกชนเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำมาสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตามยุทธศาสตร์ของประเทศ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการรับรู้ของสังคมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบ
    บูรณาการ โครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศไทย โดยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยปัจจัยเป็นหลักไปสู่เศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรม

    ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการจะเกิดจากการเชื่อมโยง 3 องค์ประกอบหลักเข้าด้วยกัน คือ 1. การเสริมสร้างศักยภาพทางด้านสะเต็มศึกษาสำหรับครู นักเรียนและผู้บริหารสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2. การส่งเสริมและพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนกับการพัฒนาการศึกษาทางด้าน TVET ในเรื่องของหลักสูตรการเรียน การฝึกงาน นักเรียนพี่เลี้ยง (Student mentor) และการประกันรายได้หลังจบการศึกษา และ 3. การสร้างความตระหนักรู้และสร้างเครือข่ายเพื่อสื่อสารกับผู้ปกครอง นักเรียน และสังคมเกี่ยวกับความสำคัญของสะเต็มศึกษาต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนให้นักเรียนทำ งานในสายเทคนิคเพื่อผลตอบแทนที่สูง

  • ข่าวสะเต็มศึกษา

Image 3

  • เปิดประตูภาคเอกชนสู่การพัฒนาสะเต็มศึกษาและ TVET

    เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2558 โครงการ Chevron Enjoy Science ได้จัดงานสัมมนาเวทีสาธารณะในหัวข้อ “Special STEM Thailand Forum: the Role of Private Sector in STEM related TVET Education” เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนว่าด้วยการพัฒนา TVET ในประเทศไทย รวมถึงการเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนด้านสะเต็มศึกษาและ TVET

    งานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากบุคคลในหลายวงการ ทั้งผู้กำหนดนโยบายข้าราชการ ผู้เชี่ยวชาญด้าน TVET และภาคเอกชนมากถึง 122 คน ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาหลักสูตร TVET ในบริบทต่างๆ โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chevron Enjoy Science ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการสนับสนุนของโครงการ Chevron Enjoy Science

    ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าวว่าประเทศไทยพยายามพัฒนาการเข้าถึงการศึกษาทางด้าน TVET สำหรับเยาวชน โดยได้กล่าวถึง 4 แนวทางเพื่อการพัฒนาคือ 1. ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน 2. การคิดเชิงนวัตกรรมเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา 3. การยอมรับจากสังคมและความเข้าใจต่อ TVET และ 4. การยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ

    ช่วงแรกของงานสัมมนา ตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนทั้ง 4 ท่านมีความเห็นตรงกันว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนคือแนวทางที่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาสะเต็มศึกษาและ TVET เพราะความร่วมมือของทั้งสองภาคส่วนคือสิ่งสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดย หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กระทรวงแรงงาน) กล่าวว่า เรามีความจำเป็นต้องเชื่อมโยงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมกับแรงงานที่มีทักษะ โดยภาคธุรกิจจำเป็นต้องร่วมมือกับรัฐบาลในการกำหนดมาตรฐานฝืมือแรงงานเพื่อให้สถาบันการศึกษาผลิตบุคคลากรได้ตรงตามความต้องการเหล่านั้น

    ตัวแทนจากภาคเอกชน ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ รองประธาน บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัทไทยหลายแห่งให้ความสำคัญกับ TVET เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการรักษาแรงงานที่มีฝีมือเอาไว้เพื่อพัฒนาประเทศ โดยกล่าวย้ำว่าการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนคือยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศต่อการพัฒนามาตรฐาน TVET

    ในช่วงที่สองของงานสัมมนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากต่างประเทศได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหาร TVET ในประเทศของตน นายร็อบ สโตเวลล์ ที่ปรึกษาจาก Chisholm Institute ประเทศออสเตรเลีย กล่าวถึงองค์ประกอบสามส่วนของอาชีวศึกษาในออสเตรเลีย กล่าวคือ 1. มาตรฐานระดับชาติที่คลอบคลุมงานร้อยละ 90 ของทุกอาชีพ 2. ผู้สอนที่สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของผู้เรียน และ 3. การเข้าถึงการศึกษาด้าน TVET ของนักเรียน

    “การอบรมวิชาชีพถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทั้งเยาวชนและแรงงานที่อยู่ในตลาดแรงงาน” มร.สโตเวลล์ กล่าว

    ส่วน นางแอมเบอร์ ซ๊อป ผู้อำนวยการ Global STEM Alliance Programs, New York Academy of Sciences ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์การพัฒนา TVET ในสหรัฐอเมริกาว่ารัฐบาลปัจจุบันได้ริเริ่มดำเนินงานให้โรงเรียนมีระบบการสอนในรูปแบบการคิดแก้ไขปัญหาที่นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในชีวิตเพื่อพัฒนา กรอบแนวคิดในบริบทต่างๆ และการคิดเชิงวิเคราะห์ เพราะการคิดเชิงวิเคราะห์คือพื้นฐานสำคัญทางด้าน TVET ที่จะพัฒนาทักษะ ความสามารถและการสร้างนวัตกรรมของแรงงาน

    งานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมแรกของโครงการ Chevron Enjoy Science ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับTVET โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาสะเต็มศึกษาและ TVET ในประเทศไทย และการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาทั้งสองด้านดังกล่าว

  • บทความพิเศษ

Image 4

  • ความจำเป็นเร่งด่วนในการขยายการเข้าถึงและขอบเขตการศึกษาวิทยาศาสตร์

    การวิจัยและการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่ทำให้เราได้ค้นพบเทคโนโลยีที่มีความล้ำสมัย การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้ก้าวไกลอย่างมีนวัตกรรม เพื่อที่จะสร้างความตระหนักอย่างถ่องแท้ต่อการพัฒนานี้ อย่างแรก เราจำเป็นที่จะต้องพัฒนาคุณภาพ และการเข้าถึงการศึกษาวิทยาศาสตร์ให้แก่ปวงชนทุกคน และทำให้วิทยาศาสตร์ และการค้นพบทางวิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียน ที่จำเป็นต้องรับรู้ถึงความสนุกและความสำคัญของวิชาวิทยาศาสตร์ที่มีต่อชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ในช่วงเยาว์วัย

    ในความพยายามที่จะขยายการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เราได้มองข้ามทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทยที่สามารถจะนำมาใช้เป็นแหล่งในการเรียนรู้ แต่เราจำกัดการเรียนรู้ให้อยู่แต่การดำเนินกิจกรรมภายในห้องเรียน ระบบการศึกษาของประเทศไทยปฏิเสธความจริงที่ว่า วิทยาศาสตร์คือวิชาที่สำคัญที่สุดต่อการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับชีวิตประจำวัน เพราะถ้าการเรียนรู้เหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงปฐมวัย เราสามารถที่จะยกระดับความสนุกของการเรียนและการค้นพบของนักเรียน ไปสู่การเป็นนวัตกรและเป็นบุคคลผู้ฝักใฝ่ต่อการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

    จากประสบการณ์ส่วนตัว ดิฉันได้เห็นเด็กนักเรียนหลายคนที่พัฒนาความสนใจและความเข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ผ่านการเล่นและการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันและนี่คือเหตุผลที่ทำให้ดิฉันสนใจสนับสนุนผู้ปกครองและชุมชนให้มีส่วนร่วมกับคุณครูในการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของวิชาวิทยาศาสตร์และเติมเต็มเป้าหมายในการดำเนินการตามแนวคิดวิทยาศาสตร์เพื่อมวลชน

    จากความคิดเหล่านั้น ทำให้ดิฉันมีความยินดีที่จะสนับสนุนโครงการ “เชฟรอน สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาเทคนิคการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยใช้หลักการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ที่จะช่วยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในห้องเรียนมากขึ้น โดยนำบทเรียนที่ได้จากการดำเนินชีวิตประจำวัน และประยุกต์เข้ากับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของการดำเนินโครงการ จะมีครูวิทยาศาสตร์ มากกว่า 740 คน จากโรงเรียนเกือบ 200 แห่งได้รับการอบรมพัฒนาวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะการสอน และได้เรียนรู้การประยุกต์เทคนิคการสอนแบบใหม่ในชั้นเรียนของตน

    โครงการเช่น “เชฟรอน สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” จะมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้แบบใหม่ๆ แต่ที่สำคัญ เราทุกคนจำต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเรียนวิทยาศาสตร์และบทบาทของวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงและคุณภาพของระบบการเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ต้องก้าวทันความท้าท้ายในอนาคต โดยสิ่งเหล่านี้นอกจากจะมีความสำคัญต่อเด็กรุ่นใหม่แล้ว ยังเป็นก้าวสำคัญต่อการสร้างประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า มีนวัตกรรม และเป็นประเทศที่ใช้ทักษะขั้นสูง

Chevron_Enjoy_Science_Newsletter_Issue_1_August_2015-Thai

Date

ตุลาคม 1, 2017

Category

Newsletter