Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

ฟอสซิลบันทึกการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตและมะเร็งดึกดำบรรพ์

ฟอสซิลบันทึกการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตและมะเร็งดึกดำบรรพ์

ฟอสซิลบันทึกการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตและมะเร็งดึกดำบรรพ์

โลกดึกดำบรรพ์เป็นโลกลี้ลับที่ถูกกาลเวลากลบฝังไปจนยากจะทำการศึกษา
แต่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทำให้เราสามารถค้นพบความจริงใหม่ๆของโลกสมัยเก่าได้อย่างคาดไม่ถึง
ยกตัวอย่างจากการค้นพบน่าสนใจสองเรื่องนี้

1 .
การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นสิ่งสามัญที่เราพบเห็นได้ทั่วไปตั้งแต่ในแบคทีเรียตัวเล็กจิ๋วจนถึงวาฬที่มีขนาดมหึมาซึ่งลักษณะการเคลื่อนไหวนั้นเต็มไปด้วยรูปแบบที่หลากหลาย
นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันว่าการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตอาจเริ่มต้นขึ้นเมื่อเซลล์มีความซับซ้อนมากพอเมื่อ 600 ล้านปีก่อน แต่งานวิจัยล่าสุด โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff University) สหราชอาณาจักรร่วมกับมหาวิทยาลัย Poitiers ประเทศฝรั่งเศสค้นพบฟอสซิลที่แอ่ง Francevillian biota ประเทศกาบอง ซึ่งบ่งชี้ว่าสิ่งมีชีวิตอาจมีการเคลื่อนที่มาตั้งแต่ 2,100 ล้านปีแล้ว!
กล่าวได้ว่านี่เป็นหลักฐานการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยพบกันมา โดยงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ในวารสาร PNAS
เมื่อนักวิจัยวิเคราะห์ฟอสซิลด้วยการฉายรังสีเอกซ์เพื่อมองให้เห็นโครงสร้างภายในก็พบโพรงยาว 17 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 6 มม. ซึ่งพวกเขาเชื่อว่ามันน่าจะเป็นเส้นทางของสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ไปในโคลนตมที่เต็มไปด้วยสารอินทรีย์จนปรากฏเป็นเส้นทางเหมือนหนอนชอนไชผลไม้ กล่าวคือ เส้นทางเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ตะกอนหินเหล่านี้เกิดการทับถม
สิ่งที่มาเสริมความน่าเชื่อถือคือ นักวิทยาศาสตร์พบไบโอฟิล์ม (biofilm) ในฟอสซิลนั้นด้วย
ไบโอฟิล์มคือ กลุ่มของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจิ๋วที่มาเกาะตัวกันแล้วเติบโตขึ้นบนพื้นผิวชนิดต่างๆโดยพวกมันจะสร้างสารบางอย่างขึ้นมารอบๆ ตัวอย่างของไบโอฟิล์มที่เรารู้จักกันดีก็คือ คราบหินปูนบนฟันนั่นเอง
คำถามคือ สิ่งมีชิวิตเหล่านั้นคืออะไรกันแน่ ?
นักวิจัยยังไม่แน่ใจ แต่เมื่อพยายามเทียบเคียงกับสิ่งมีชีวิตที่เรารู้จักในปัจจุบัน พวกมันดูคล้ายกับกลุ่มของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่างอะมีบาที่มารวมกันจนเกิดเป็นโครงสร้างหลายเซลล์แล้วเคลื่อนที่เพื่อหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยหรือหาอาหาร
ไม่น่าเชื่อว่าฟอสซิลเล็กๆจะเป็นเหมือนไฟล์วีดีโอที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มองเห็นได้แม้แต่การเคลื่อนไหวของสิ่งที่มีชีวิตเมื่อสองพันปีก่อนได้

2.
นักวิทยาศาสตร์ไม่เพียงแต่สนใจสัตว์ดึกดำบรรพ์ แต่ยังสนใจเรื่องของโรคในยุคดึกดำบรรพ์ด้วยซึ่งสาขาวิชาที่ศึกษาด้านนี้เรียกว่า พยาธิวิทยาโบราณ (Paleopathology)
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์พบว่าโรคมะเร็งที่ผู้คนหวาดหวั่นกันทุกวันนี้ ได้รับการค้นพบในมัมมี่ยุคโบราณ แต่ล่าสุด เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมานี้
ทีมนักวิจัยจากหลายประเทศค้นพบฟอสซิลต้นขาของสัตว์ดึกดำบรรพ์ในยุคไตรแอสสิก(Triassic period) ชื่อ Pappochelysrosinae ซึ่งเป็นต้นตระกูลของเต่าทุกวันนี้ โดยลักษณะของสัตว์ชนิดนี้ คล้ายกับกิ้งก่า ความยาวมากสุดก็ราวๆ 20 ซม. และที่แผ่นหลังของมันยังไม่มีกระดองปรากฏขึ้นอย่างเต่าที่เราพบเห็นกัน
เรื่องน่าทึ่งคือ ฟอสซิลต้นขาดังกล่าวมีร่องรอยของโรคมะเร็ง! ทีมนักวิจัยใช้ความรู้ด้านสัณฐานวิทยามาวิเคราะห์ร่วมกับ micro-CT scan จึงสามารถวินิจฉัยโรคที่เกิดเมื่อ 240 ล้านปีก่อนได้ พวกเขาพบการเติบโตที่ผิดปกติบริเวณกระดูกคล้ายกับมะเร็งชนิด Osteosarcoma ซึ่งมีความร้ายแรงและเป็นอันตรายมาก อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามันเสียชีวิตเพราะโรคร้ายนี้หรือไม่
นั่นหมายความว่ามะเร็งไม่ใช่โรคยุคใหม่ แต่มันเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกในสัตว์มีกระดูกสันหลังมาอย่างยาวนานมากๆ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจมีร่องรอยของมะเร็งในสัตว์ชนิดอื่นที่เก่าแก่ยิ่งกว่านั้น แต่ปัญหาคือเนื้อเยื่อเหล่านี้ยากต่อการคงรูปไว้ในฟอสซิลและผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน
งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Oncology ซึ่งเป็นวารสารวิชาการด้านมะเร็งที่มีความน่าเชื่อถือสูงมาก
การศึกษาโรคในยุคโบราณเหล่านี้มีส่วนช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของโรคร้าย ซึ่งอาจจะกลับมาช่วยตอบโจทย์การรักษาที่ทุกคนปวดหัวกันในยุคนี้ก็เป็นได้

บทความโดย อาจวรงค์  จันทมาศ

อ้างอิง
https://www.pnas.org/content/early/2019/02/05/1815721116
https://www.iflscience.com/plants-and-animals/worlds-oldest-evidence-of-locomotion-uncovered-in-gabon/
https://phys.org/news/2019-02-discovery-oldest-evidence-mobility-earth.html
https://www.livescience.com/57295-biofilms.html
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2890205/
https://jamanetwork.com/journals/jamaoncology/fullarticle/2723578?guestAccessKey=36a3caee-1474-4c66-88e0-e38dc4e8304d
https://www.iflscience.com/plants-and-animals/malignant-bone-cancer-discovered-in-oldest-known-triassic-turtle

Date

มีนาคม 18, 2019

Category

STEM NEWS