Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

โลกวิกฤต! นักวิทย์พบว่าน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายมากสุดในรอบ 350 ปี

โลกวิกฤต! นักวิทย์พบว่าน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายมากสุดในรอบ 350 ปี

“แผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ไม่ใช่แค่ละลายเพิ่มขึ้น แต่มันละลายเร็วขึ้นจนเราไม่อาจคาดการณ์ได้”

Luke Truselนักวิทยาธารน้ำแข็งแห่ง Rowan University ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนักหลังจากที่คณะวิจัยของเขาตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นล่าสุดเกี่ยวกับการละลายของธารน้ำแข็งที่เกาะกรีนแลนด์เมื่อปลายปี 2018 ที่เพิ่งผ่านมานี้

กรีนแลนด์(Greenland) เป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของโลก มีอาณาบริเวณกว่าสองล้านตารางกิโลเมตรและถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งเกือบทั้งปี แต่หลายทศวรรษที่ผ่านมา เกาะสีขาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้กำลังถูกภาวะโลกร้อนคุกคามอย่างหนักจนทำให้พื้นน้ำแข็งของมันเปลี่ยนสภาพเป็นธารน้ำจืดปริมาณมหาศาลไหลลงมหาสมุทร!

Trusel และคณะได้เดินทางไปยังตอนกลางฝั่งตะวันตกของเกาะกรีนแลนด์เมื่อปี ค.ศ.2014 และ 2015 เพื่อศึกษาอัตราการละลายของน้ำแข็งบนกรีนแลนด์ในปัจจุบัน รวมถึงศึกษาอัตราการละลายของน้ำแข็งในอดีตตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จากตัวอย่างแกนน้ำแข็ง(Ice Cores) ที่ขุดเจาะได้ในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 6,000 ฟุต

ชั้นน้ำแข็งหนา ๆ ที่เราเห็นเกิดจากหิมะที่ตกทับถมกันแล้วแข็งตัวเป็นชั้นๆคล้ายกับขนมชั้น ซึ่งในแต่ละปีจะมีช่วงเวลาที่หิมะตก จับตัวแข็ง ละลาย และแข็งตัวใหม่เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง นักวิทยาศาสตร์สามารถคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตได้จากการเจาะชั้นน้ำแข็งแล้วดึงขึ้นมา แกนน้ำแข็งที่ขุดเจาะได้จะมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอกยาว ซึ่งแต่ละชั้นของแกนน้ำแข็งจะมีสีและองค์ประกอบแตกต่างกัน

ช่วงเวลาที่มีการละลายมาก ชั้นน้ำแข็งที่แข็งตัวหลังการละลายมักจะหนาและมีตะกอนกับฟองอากาศปะปนอยู่ ส่วนช่วงเวลาที่มีการละลายน้อย ชั้นดังกล่าวจะค่อนข้างบาง

ถ้าหากชั้นบรรยากาศของโลกในช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยฝุ่นควัน(อาจเป็นฝุ่นควันจากไฟป่าหรือภูเขาไฟระเบิด) ฝุ่นควันเหล่านี้สามารถตกสะสมบนพื้นน้ำแข็งแล้วโดนหิมะคลุมทับอีกชั้นหนึ่งได้เช่นกัน สาเหตุนี้เองที่ทำให้สีของแกนน้ำแข็งแต่ละชั้นมีความแตกต่างกัน นักวิทยาศาสตร์จึงสามารถอนุมานได้ว่าแต่ละชั้นของแกนน้ำแข็งเปรียบเสมือน “เครื่องบันทึกสภาพแวดล้อมและเหตุการณ์ในอดีต” นั่นเอง

คณะวิจัยของ Truselได้ทำการวิเคราะห์ชั้นต่าง ๆ ของแกนน้ำแข็งที่มีร่องรอยของการละลาย พวกเขาพบว่าอัตราการละลายของน้ำแข็งในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับอัตราการละลายในศตวรรษที่ 20 และคิดเป็น 50% เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม โดยอัตราการละลายของน้ำแข็งมีค่าสูงมากเป็นประวัติการณ์ในรอบ 350 ปี ทำให้มีน้ำกว่า 600 กิกะตันไหลลงมหาสมุทรอาร์กติก

น้ำปริมาณดังกล่าวเทียบเท่ากับน้ำในสระว่ายน้ำกีฬาโอลิมปิกจำนวน 240 ล้านสระรวมกัน และทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 3.5 มิลลิเมตรต่อปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.2005 เป็นต้นมา(มีการคาดการณ์ว่าถ้าน้ำแข็งละลายจนหมด จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นราว ๆ 7 เมตร)

งานวิจัยจำนวนมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการหดหายไปของพื้นน้ำแข็งต่างบ่งชี้อย่างชัดเจนว่ามนุษย์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเราไม่พึงตระหนักและช่วยกันดูแลรักษาโลกตั้งแต่วันนี้

โลกในอนาคตของเราจะมีหน้าตาเป็นแบบไหน เราก็ไม่อาจรู้ ดังเช่นที่ Mary Albert นักวิทยาธารน้ำแข็งซึ่งมีส่วนร่วมในงานวิจัยชิ้นนี้ได้กล่าวเอาไว้ว่า

“การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อพื้นน้ำแข็งเร็วกว่าที่เราคิด และผลกระทบของมันก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราคาดคิดเช่นกัน”

บทความโดย  อาจวรงค์  จันทมาศ

อ้างอิง

https://www.nature.com/articles/d41586-018-07617-1?utm_source=fbk_nnc&utm_medium=social&utm_campaign=naturenews&sf203689354=1

https://phys.org/news/2018-12-greenland-ice-sheet-centuries.html

https://www.dw.com/en/greenland-ice-sheet-melting-at-exceptional-rate/a-46586980

Date

มกราคม 28, 2019

Category

STEM NEWS